[tran-fic code geass]The Last Stand
posted on 14 Apr 2008 16:00 by giraffe-leonus in fanfiction
Title : The Last Stand (จิ้ม Eng)
Author : Uenamika
Rating : PG
Pairing : Suzaku-Lelouch
Translator : leonus
Translator's note : ฟิคแปลเรื่องแรกค่ะ
มีเนื้อหาบางส่วนที่แปลแล้วไม่ตรงกับต้นฉบับด้วยความสับสนทางภาษา
1. Suzaku เรียกว่า สุซากุ
2. C.C. จะใช้เป็นภาษาปะกิตเลยนะคะ
3. ตาของลูลูซ จะใช้เป็นสีม่วงลาเวนเดอร์ตามต้นฉบับ
4. Euphemia เรียกว่า ยูฟีเมีย
5. Zero เรียกว่า เซโร่
6. The Order เรียกว่า องค์กร
7. Britannian เรียกว่า บริตาเนียน
8. Geass เรียกว่า กีอัส
ร่างสองร่างยืนท่ามกลางซากปะรักหักพังของสิ่งก่อสร้างที่ถูกทำลาย
ทั้งคู่ใช้สายตาจ้องมองอีกฝ่ายอย่างเงียบๆ ร่างหนึ่งใช้ปืนจ่อไปยังอีกฝ่าย สายตาที่จ้องมองไปยังลูลูซมีทั้งความเกลียด
โกรธ เศร้าสร้อย เจ็บปวด
สิ้นหวัง
และอีกหลากหลายความรู้สึกที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่อาจจะบรรยายได้
"ทำไม! ทำไมกัน! ทำไมต้องฆ่าเธอ! ลูลูซ ทำไมต้องฆ่ายูฟีเมีย?"
สุซากุถามอย่างโกรธเกรี้ยว "หล่อนเป็นพี่สาวของนายไม่ใช่หรือ?"
ลูลูซมองเข้าไปในนัยน์ตาสีมรกตของเพื่อนที่เขารักที่สุด
"ชั้นต้องทำ...สุซากุ
ชั้นต้องกำจัดหล่อน หล่อนจะรู้สึกเจ็บปวด
ถ้าชั้นไม่ทำอย่างนั้น"
"นายฆ่าคนตั้งมากมาย...นายฆ่าพี่สาวของนายเอง คนตั้งเยอะ
คนบริสุทธิ์ตั้งมากมาย" สุซากุพูด เขากำปืนในมือไว้แน่น
ลูลูซเคยได้ยินคำกล่าวนั้นมาก่อน เว้นแต่ว่ามันชัดเจน ไม่เหมือนครั้งนั้นที่โดนคลื่นวิทยุแทรกจนเขาไม่รู้สึกถึงความโกรธ
เกลียดที่แสดงออกมาในน้ำเสียงที่ได้ยินชัดเจนเท่านี้
ลูลูซมองเห็นหยาดน้ำตาที่เริ่มไหลเป็นทางบนใบหน้าของเพื่อนรัก
มันเป็นการแสดงออกถึงความเจ็บปวด เส้นผมของสุซากุปิดบังใบหน้าจาก
การมองเห็นของอีกฝ่าย
เขามองสำรวจร่างของลูลูซเพื่อหาร่องรอยของอาวุธ ก่อนที่จะยกปืนขึ้นและเหนี่ยวไก
หยาดฝนเม็ดเล็กๆตกลงมากระทบร่างของสุซากุ เส้นผม หัวไหล่
ทุกๆส่วนของเขาเปียกโชก
หยดน้ำไหลลงมาผสมกับคราบเลือดจาก
ใบหน้าและลำคอ ก่อนจะไหลลงไปเจิ่งนองที่พื้น
"ชั้นไม่ได้ต้องการจะทำอย่างนี้" สุซากุพึมพำเสียงต่ำๆ ขณะที่เขามอง
ลูลูซล้มลงต่อหน้าเขา
เขาไม่สนใจกับสิ่งก่อสร้างที่พังทลายรอบๆตัว
ถึงแม้ว่ามันจะทำให้เกิดเงาก็ตาม แสงของพระอาทิตย์ในยามเย็นถูก
เมฆครึ้มก้อนใหญ่ปิดบังลง
ท่ามกลางความเงียบ สุซากุได้ยินเสียง
สำลักของใครบางคนที่เขายิง มันเป็นสภาพที่หน้าอัปยศอดสูสำหรับ
คนที่เป็นดั่งพระเจ้าอย่าง
"เซโร่"
ลูลูซเงยหน้าขึ้นมามองสุซากุจากจุดที่เขาล้มลงไป เส้นผมสีดำบางส่วน
ปิดบังการมองเห็นของนัยน์ตาสีม่วง
ดวงตาข้างหนึ่งวาววับไปด้วย
แสงสีแดงส่อแววอ่อนโยน เขารู้สึกสับสนกับความจริงที่ว่าเขากำลังจะตาย
แต่ก็ไม่ได้ทำลายล้างอะไร มันยังไม่ใช่การล่มสลายของโลก เขาครุ่นคิด
องค์กรยังคงสามารถอยู่ ถึงแม้ว่าจะไม่มีเขาอยู่ด้วยก็ตาม เขารู้ มันอยู่ได้
เขาสงสัยว่าC.C. อยู่ที่ไหน
ทำไมเธอถึงไม่มาช่วยเขาจากระสุนตะกั่วที่ส่งออกมา
มันเป็นเรื่องยากที่จะลืมตาขึ้นมา แต่ลูลูซกลับกระพือขนตา เพื่อต่อต้าน
ในสิ่งที่รางกายปรารถนา
รอยยิ้มอย่างอ่อนแรงปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของเขา
"ชั้น...ไม่ได้ต้องการอย่างนี้" สุซากุพึมพำจากความทรมานที่เกิดขึ้น
เพราะความสับสนและความสิ้นหวัง
ทำไมเรื่องแบบนี้มันจึงเกิดขึ้น
ลูลูซเป็นสิ่งเดียวที่เขาเหลืออยู่
ลูลูซพยายามจะหายใจ เขามองไปยังร่างของเพื่อน ตัวเขาเองก็เหนื่อยเกินกว่าจะพูดอะไรได้และเกือบจะเต็มใจให้
หยาดฝนเม็ดเล็กๆรวมตัวกับน้ำตาที่ไหลอาบแก้มของเพื่อนสมัยเด็กของเขา
ถ้าเป็นไปได้เขาอยากจะกดทับริมฝีปากของตนเพื่อลิ้มรสของ
น้ำตาที่ไหลอาบแก้มเพื่อนของเขา
แต่เขากลับไม่สามารถที่จะทำมันได้ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นการท้าทายที่ง่ายดายก็ตาม ใบหน้าของสุซากุที่
เขามองเห็นเริ่มหมองมัว
ไม่ชัดเจน เช่นเดียวกับลมหายใจที่อ่อนแรงลงเรื่อยๆ
"แล้วมันก็เป็นอย่างนี้"
ลูลูซเอ่ยด้วยเสียงที่ไม่ดังไปกว่าเสียงกระซิบ สุซากุมองเห็นหยดน้ำตาที่ผสมกับหยาดฝนที่ตกลงมาบนใบหน้าของอีกฝ่าย
เม็ดฝนตกลงมาแรงขึ้นเรื่อยๆ สุซากุลดตัวลงมาข้างๆเพื่อนรัก นัยน์ตาสีมรกตที่อยู่เหนือใบหน้าของลูลูซสังเกตเห็นว่าร่างของเพื่อน
ของเขาดูบอบบางอ่อนแอ
ถึงแม้ว่าปกติเพื่อนเขาจะมีผิวที่ขาวจาก
เชื้อสายของชาวบริตาเนียน แต่ในสภาพตอนนี้มันกลับดูซีดเซียวเหลือเกิน
สุซากุใช้ปลายนิ้วสัมผัสไปตามใบหูของเพื่อนเขา
ลากไปยังริมฝีปากที่บอบบาง เขารู้สึกหวาดกลัวจากความรู้สึกที่ส่งมา
จากปลายนิ้ว...ลมหายใจที่ถูกขับออกอย่างยากลำบากของลูลูซ
เด็กหนุ่มกำมือแน่นจนขึ้นเป็นข้อขาว ก่อนจะแตะลงบนใบหน้าของอีกฝ่าย
นัยน์ตาสีมรกตแสดงออกถึงความรู้สึกที่เรียกว่าสูญเสีย
จากระยะห่างเพียงน้อยนิด ลูลูซมั่นใจว่าอีกฝ่ายกำลังร้องไห้
ความรู้สึกบางอย่างของเขาถูกบิดเป็นเกลียว
เขาไม่เข้าใจว่าทำไม
แต่เขารู้ว่าเขาเป็นคนกระทำมันขึ้น นัยน์ตาของเขาเริ่มล่องลอย
สงครามของเขามันจบลงแล้ว และรู้ตัวดีว่าเวลาใกล้จะหมดลงแล้ว
สุซากุยกร่างของลูลูซขึ้นในท่านั่ง มันสร้างความรู้สึกเจ็บปวดบริเวณ
ช่องท้องอย่างฉับพลันจนต้องงอตัวเพื่อลดความทรมานที่ทิ่มแทง
นัยน์ตาเปิดขึ้นอีกครั้ง ถึงแม้ว่าการมองเห็นจะพร่ามัวก็ตาม แต่กีอัสยังคงส่องประกายสีแดงออกมาอย่างชัดเจน
เรียกความสนใจของสุซากุได้เป็นอย่างดี แต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา นักรบหนุ่มพยุงบริเวณลำคอและหลังด้วยฝ่ามือที่อาบไปด้วยเลือดจาก
บาดแผลบริเวณช่องท้องของอีกฝ่าย
ลูลูซรู้สึกแปลกใจใน
การที่ยังมีชีวิตอยู่ของตน เขาอยากขอพรจากพระเจ้าสักข้อ
เขาไม่อยากเห็นเพื่อนคนนี้ต้องร้องไห้อีกแล้ว
ไม่ต้องการเห็นความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นจากเขา
เขาคือเซโร่ เซโร่ที่ฉลาด เยือกเย็น และมองข้ามความรู้สึกทุกๆอย่าง
เขาไอ
และเลือดก็ทะลักออกมาจากริมฝีปาก เขาพยายามความคุมสายตาที่พร่ามัว
ให้จับจ้องอยุ่ที่ใบหน้าของเพื่อนรัก
ก่อนที่ความรู้สึกต่างๆในใจจะทำให้ทรุดลงยิ่งกว่านี้
"สุซากุ" เข้าของนัยน์ตาสีลาเวนเดอร์เอ่ยขึ้นเบาๆ การเป็นเซโร่มันทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดต่อการพยยามมีชีวิตอยู่
ตอนนี้เขาคือลูลูซ ลูลูซที่ยิ้มอย่างอ่อนโยน รอยยิ้มที่งดงามเป็นพิเศษ
"ชั้นไม่สามารถ...นายใช่มั้ย?" ลูลูซอยากให้เพื่อนเก่าคนนี้จดจำ
เขาไว้เป็นครั้งสุดท้าย
แต่เขาก็ไม่ได้ปรารถนาที่จะได้รับการตอบรับ เขารู้ เขามาไกลเกินกว่าจะอธิบายทุกสิ่งทุกอย่างที่เขากระทำไว้ได้
พระอาทิตย์ตกดินแล้วทำให้เด็กหนุ่มทั้งสองจมอยู่ในความมืดอย่างสมบูรณ์
สุซากุปลดปล่อยความรู้สึกต่างๆด้วยการร้องไห้
ลูลูซรู้สึกถึงบางสิ่งอย่างที่เหลืออยู่กำลังแตกสลาย
"ทุกสิ่งทุกอย่างจบลงแล้ว" เด็กหนุ่มชาวบริตาเนียนกระซิบ
เขารู้สึกถึงความตายที่ใกล้เข้ามา
เลือดที่ไหลทีละน้อยของเขาสร้างแอ่งน้ำบนพื้น
สุซากุจ้องมองอีกฝ่าย ก่อนที่ลูลูซจะยกตัวเองขึ้นด้วยการยึดเสื้อ
ของอีกฝ่ายอย่างอ่อนแรง
และสัมผัสเบาๆที่ริมฝีปากของทหารหนุ่ม เขาตกใจจนเกือบปล่อยอีกฝ่ายให้ตกลง ลูลูซปล่อยตนเองลงมาอีกครั้ง
แต่ยังคงกำชุดอีกฝ่ายอย่างอ่อนแรง มันเป็นเวลาที่ยาวนานสำหรับการตาย
และสุซากุก็สังเกตเห็นมันด้วย
ทหารหนุ่มเลิกที่จะปิดบังคราบน้ำตาของตนแล้ว เขารู้ตัวดีว่าถึงพยายามเท่าไหร่
ก็คงไม่อาจกลั้นน้ำตาของตนได้ สายฝนค่อยๆหยุดลงเช่นเดียวกับ
แสงจันทร์ที่ค่อยๆโผล่ออกมา
มันส่องประกายบนผิวที่ขาวซีดของลูลูซ
เด็กหนุ่มผมดำพยายามจะเปิดปากพูด แต่ไม่สามารถกระทำได้ ลมหายใจของเขาใช้แรงมากขึ้นเรื่อยๆถึงแม้ว่ามันจะเป็นการหายใจ
ในเวลาน้อยนิดก็ตาม
นัยน์ตาสีม่วงเปิดได้แค่เพียงขึ้นเดียว
เขาเกือบจะชักดิ้นชักงอด้วยความทรมาน
ตอนนี้ เขาไม่คิดถึง
ความรู้สึกว่ามันทรมานมากขึ้นเท่าไหร่ คนที่มองอยู่รู้ถึงความอดทน
ต่อความเจ็บปวดที่แอบซ่อนอยู่ภายในเสื้อผ้าอันสง่างาม
บาดแผลที่เกิดจากกระสุนปืนตะกั่วเล็กๆที่ถูกยิงออกมาทำให้ร่างกายอ่อนแอ
มันเป็นความจริงที่ว่าสุซากุต้องการให้เซโร่เจอกับความเจ็บปวด ความทุกข์ทรมานที่มากกว่าคนที่เขาเคยทำร้ายเป็นสิบเท่า
มันเป็นความจริงที่เขาต้องการให้เซโร่เจ็บปวด ทรมาน และตาย
ให้สมกับการฆ่ายูฟีเมีย
คนที่เค้าคิดว่าเป็นน้องสาว
แต่เขาไม่เคยต้องการให้ลูลูซต้องเจอกับความทรมานมากขนาดนี้
มันเป็นแค่การคิดว่าจะทำอย่างไร ถ้าลูลูซเป็นคนเดียวกับเซโร่
ด้วยการตัดสินใจอย่างแน่วแน่ เขายกร่างของลูลูซอย่างอ่อนโยน
ก่อนจะใช้ฝ่ามือสัมผัสใบหน้าของอีกฝ่าย
ลูลูซมองมายังเขา
นัยน์ตาสีลาเวนเดอร์แสดงถึงความเจ็บปวด สุซากุเอียงหัวเล็กน้อย และกดทับริมฝีปากให้แนบชิดกับอีกฝ่ายอย่างอ่อนโยน
รักใคร่
และเศร้าสร้อย นัยน์ตาของลูลูซเบิกกว้าง
ก่อนที่จะหลับตาลงเพื่อรับสัมผัสอันอ่อนโยนเป็นครั้งสุดท้าย
"ชั้นรักนาย...รอชั้นนะ ลูลูซ" สุซากุกระซิบ
"ชั้น..ร...รัก..." ลูลูซพยายามจะพูดด้วยลมหายใจสุดท้าย
ก่อนจะพ่ายแพ้ให้ความมืดที่ครอบงำ
ร่างที่ไร้วิญญาณของลูลูซห้อยลงในอ้อมแขนของสุซากุ
เขาร้องไห้อย่างเงียบๆ สายฝนหยุดลง นัยน์ตาสีมรกตไม่ส่องประกาย
เหมือนอย่างเคย หน่วยค้นหาของบริตาเนียนหาพวกเขาเจอแล้ว
แสงไฟที่ส่องลงมาสะท้อนเข้าสู่สายตาของสุซากุ
"ชั้นไม่ได้ต้องการอย่างนี้"
เด็กหนุ่มกระซิบเบาๆอย่างอ่อนโยน เขาใช้ปลายนิ้วไล้ไปตามเส้นผมสีดำของเจ้าชาย
การฆ่าบิดาของตน และการทำร้ายอย่างโง่เง่า มันควรจะจบลงได้แล้ว แสงไฟที่ส่องลงมาทำให้เขาเข้าใจถึงสิ่งที่ตนสูญเสียไป
ปลายนิ้วของเขายื่นไปคว้าปืนมากำไว้แน่น โดยที่ไม่ปล่อยร่างของคนในอ้อมแขน เขายกปืนขึ้นจ่อศีรษะของตนเอง
ทุกสิ่งทุกอย่างจบลงแล้ว
เขาหลับตา และเหนี่ยวไกปืน....
Fin
Thank you
- Uenamika
- Puggy
- Ko
- Ro
and everyone who read and comment this fic.
อย่างงี้เค้าเรียกว่าตายตามกัลจินะ...
เอาหนีตามกัลเทนไม่ได้เหรอ เค้าไม่อยากอ่านอไรเศร้าๆเเบบนี้....
(เเตเนื้อเรื่องเรื่องนี้มันชวนให้เศร้าง่ะ...)
สุบร้าฉุดลูเเล้วหนีตามกัลเลยเซ่จะยิงให้เสียเคะทามมายยยย!?!
เเปลได้เก่งมากเลยคะ
ยังไงก็สวัสดีปีใหม่ไทเน้อ
ขอสาดน้ำนะคะ
เอ้า สาดดดดดดดดด
#1 By *Surochan*...ดาบกุหลอก...ดอกกุหลาบ on 2008-04-15 10:28